อักษรธรรมล้านนา มีที่มาอย่างไร?

จากมอญ → หริภุญไชย → สุโขทัย → ล้านนา**

อักษรธรรมล้านนา
ไม่ใช่เพียงตัวหนังสือของคนเหนือ

แต่เป็น “มรดกทางอารยธรรม”
ที่สะท้อนการเดินทางของภูมิปัญญาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เรื่องราวของอักษรชุดนี้
เริ่มต้นขึ้นก่อนการเกิดอาณาจักรล้านนาเสียอีก

จุดเริ่มต้นจากตระกูลอักษรพราหมี

ในทางภาษาศาสตร์
อักษรธรรมล้านนา จัดอยู่ในตระกูล “อักษรพราหมี (Brahmi script)”

ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของอักษรสำคัญจำนวนมากในเอเชีย
เช่น

  • อักษรเทวนาครี
  • อักษรพม่า
  • อักษรเขมร
  • อักษรมอญ

และรวมถึง
อักษรธรรมล้านนาด้วย

จึงกล่าวได้ว่า

อักษรธรรมล้านนา
คือหนึ่งในสายธารของอารยธรรมตัวอักษรโบราณของเอเชีย

รับอิทธิพลสำคัญจาก “อักษรมอญโบราณ”

นักวิชาการส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า
อักษรธรรมล้านนาได้รับอิทธิพลโดยตรงจาก

“อักษรมอญโบราณ”

ซึ่งเคยใช้ในอาณาจักรหริภุญไชย
บริเวณลำพูนในปัจจุบัน

เมื่อพระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์เผยแผ่เข้ามาในภูมิภาคนี้
คัมภีร์ภาษาบาลีจึงถูกจารด้วยอักษรมอญ

ต่อมา
รูปแบบอักษรจึงค่อย ๆ พัฒนา
จนกลายเป็น “อักษรธรรม” ที่ใช้ในล้านนา

** หลักฐานสำคัญในสมัยสุโขทัย**

หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดของอักษรธรรมล้านนา
ปรากฏในจารึกสำคัญ เช่น

จารึกลานทองสมเด็จพระมหาเถรจุฑามุณิ
พ.ศ. 1919
พบที่วัดมหาธาตุ เมืองสุโขทัย
ในจารึกนี้
ภาษาบาลี
เขียนด้วยอักษรธรรม
ขณะที่ภาษาไทย
เขียนด้วยอักษรไทยสุโขทัย
สะท้อนให้เห็นว่า

ในอดีต
มีการใช้ “ระบบอักษรคู่”
ตามหน้าที่ของภาษาแต่ละประเภท

การพัฒนาเป็นอักษรหลักของอาณาจักรล้านนา

เมื่ออาณาจักรล้านนาเจริญรุ่งเรือง
อักษรธรรมล้านนา
กลายเป็นอักษรสำคัญสำหรับ
การจารคัมภีร์พระพุทธศาสนา
การบันทึกตำนาน
การเขียนตำรายา
การเขียนคาถาและยันต์
และการสืบทอดองค์ความรู้ของครูบาอาจารย์
กล่าวได้ว่า
อักษรธรรมล้านนา
คือ “ภาชนะของความรู้” ของสังคมล้านนาในอดีต

การแพร่กระจายสู่ล้านช้าง เชียงตุง และสิบสองปันนา

ต่อมา
อักษรธรรมล้านนาได้แพร่กระจายไปยัง
เชียงตุง
เชียงรุ่ง
ล้านช้าง
และถูกปรับรูปแบบตามภาษาและวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่
จนเกิดรูปแบบต่าง ๆ เช่น

อักษรธรรมไทเขิน
อักษรธรรมไทลื้อ
โตธรรมลาว
โตธรรมอีสาน

สะท้อนความสัมพันธ์ของเครือญาติทางวัฒนธรรม
ของกลุ่มชาติพันธุ์ไทในภูมิภาคนี้

อักษรธรรมล้านนา
จึงไม่ใช่เพียงตัวอักษร

แต่คือ

ร่องรอยของการเดินทางของพระธรรม
ร่องรอยของครูบาอาจารย์
และร่องรอยของอารยธรรมล้านนา
ที่ยังคงมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน
และยังรอให้คนรุ่นใหม่กลับมาเรียนรู้
ทำความเข้าใจ
และสืบทอดต่อไป

เรียบเรียงโดยเวทปรัชญา
จากภาพ ดร.สุบิน นะหน้าทอง เปิดกรุปั้บสาโบราณที่ได้สะสมไว้เพื่องานอนุรักษ์